คาถาเรียกทรัพย์ บทความน่าสนใจ ของ พระทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร

คาถาเรียกทรัพย์ บทความน่าสนใจ ของ พระทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร 

เรื่องราวของ หลวงพ่อเสือดำ อดีตจอมโจรชื่อดัง ซึ่งผันตัวมาอยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ และได้ทำประโยชน์ต่อสังคมมากมายนั้น ย่อมเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้สั่งสมบารมีด้วยคุณงามความดี ตั้งแต่ครั้งอดีต จนถึงปัจจุบัน สมกับที่ชาวบ้าน และประชาชนจำนวนมาก ได้ให้ความเคารพ ศรัทธา มาจวบจนถึงทุกวันนี้ นี่คือ 1 เสือในตำนานของสยามประเทศที่ชื่อกระฉ่อนประเทศเมือหลายสิบปี เรื่องราวมากมายได้ถูกถ่ายทอดเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ ที่น่าค้นหาและเหลือเพียงแต่คุณงามความดีเท่านั้นที่ยังเป็นที่ศรัทราของผู้คนในยุคปัจจุบัน

ภาพจากซ้ายไปขวาอดีตแห่งตำนานเสือ ( เสือใบ, เสือดำ,เสือมเหศวล )

เสือดำ เสือในตำนาน

ถ้าย้อนไปเมื่อ 30-40 ปีก่อนเอ่ยชื่อ ซุ้มเสือดำ น้อยคนที่ไม่รู้จัก ตำนานของคนผู้นี้ เสือดำ จากตำนานจอมโจรชื่อดังในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งร่วมสมัยเดียวกับ เสือใบ เสือฝ้าย เสือมเหศวร  โดย นายระพิน หนึ่งในจอมโจรชื่อดังผู้มีความรู้ด้านไสยศาสตร์ ได้รับฉายาว่า เสือดำ เนื่องจากจากการสวมชุดดำเวลาออกปล้น และการใช้ปืนคู่เป็นอาวุธ ทั้งนี้ เนื่องจากเวลาออกปล้น เสือดำ จะประกาศให้เจ้าทรัพย์รู้ก่อนล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ และปล้นด้วยความสุภาพ โดยนิยมปล้นแต่คนรวย เพื่อนำไปช่วยเหลือคนยากจน ทำให้มีผู้เรียกขานนามของเสือดำในอีกฉายาหนึ่งว่า สุภาพบุรุษเสือดำ

ปัจจุบันหันหน้าสู่ “ร่มผ้าเหลือง” บวชเป็นพระได้ฉายาว่า “หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร” ย้อนให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่ “เส้นทางสายโจร”

“หลวงพ่อทวีศักดิ์” หรืออดีต “เสือดำ” เล่าถึงทางโจรที่ทำให้พบ “เสือมเหศวร” และ “เสือใบ” ว่า ช่วงนั้นก็ออกปล้นเรื่อยมา จนมาพบกับ เสือมเหศวรและเสือใบ ซึ่งหัวอกเดียวกัน เพราะทั้งสองถูกโจรปล้นบ้านและต้องการแก้แค้น จึงปรึกษากันว่าจะทำอย่างไร ขณะนั้น สมุนยังไม่มี จึงแยกทางกันไปสร้างชื่อ เพื่อหาลูกน้อง จนมีลูกน้องติดตาม 50-60 คน จึงตั้งเป็น “ซุ้มเสือดำ”!!!

เมื่อบ้านมีกฏบ้าน เมืองมีกฏเมืองชุมโจร ก็มีกฏของชุมโจร….หลวงพ่อทวีศักดิ์ บอกว่า เล่าต่อว่า ในการปล้นของเรามีกฎเหล็ก ว่าจะปล้นแบบ ผู้ดี คือ จะออกปล้นช่วงต้นเดือนและปลายเดือน ก่อนเข้าปล้นจะประกาศล้วงหน้าว่าจะปล้นที่ไหน วันและเวลาใด เพื่อให้เจ้าทรัพย์เตรียมตัวไว้ก่อน เมื่อถึงเวลาเราก็มาปล้น สมัยนั้นใช้ม้าเป็นพาหนะ มีปืนคู่กายคนละ 2 กระบอกและกระสอบใส่ทรัพย์สินคนละใบ ก่อนลงมือจะยิงปืนขึ้นฟ้า 3 นัดเป็น สัญญาณเตือน ให้คนในหมู่บ้านรู้ว่ามาปล้นแล้ว จากนั้นจะนำกระสอบไปวางไว้ตามจุดต่างๆเพื่อให้ชาวบ้านนำทรัพย์สินมาใส่ เป็นการป้องกันเหตุ นองเลือด เวลาทำงาน หรือฤกษ์ปล้น คือ ตั้งแต่แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า จนถึงแสงอาทิตย์ขึ้นเหนือฟ้าอีกครั้ง เราก็เก็บกระสอบกลับออกไป

“กฏเหล็กสำคัญที่สุดของซุ้มเสือดำ คือ ห้ามข่มขู่หรือทำร้ายเจ้าทรัพย์ นอกจากเจ้าทรัพย์จะฮึดสู้ทำร้ายเราก่อน นอกจากนั้นสมุนทุกคนต้องอยู่ในศีลธรรม ห้ามยุ่งเกี่ยวกับสาวในหมู่บ้าน ห้ามปล้นโรงสีข้าวเด็ดขาด เพราะจะทำให้เราไม่มีข้าวกิน ห้ามปล้นตลาดสดเพราะเป็นจุดรวมของเด็ก คนแก่ และคนทั่วไป ถ้าพบลูกน้องคนใดทำผิดกฎจะฆ่าทิ้งทันที เพราะถือว่าผิดสัจจะของกลุ่มโจร ส่วนทรัพย์สินที่ปล้นมาจะแบ่งเป็น 5 ส่วน คือ 1.ค่าอาหาร 2.ค่ากระสุนปืน 3.แบ่งไว้ช่วยเหลือคนจน 4.ช่วยเหลือโรงเรียน และ 5.ช่วยเหลือวัด…..

พื้นที่ปล้นอยู่ใน 3 จังหวัด คือ อุทัยธานี สุพรรณบุรี และชัยนาท โดยจะแบ่งโซนกันระหว่าง เสือใบ และเสือมเหศวร ช่วงว่างจากการปล้นจะพาลูกน้องเข้าป่าตัดต้นไม้ไปสร้างบ้านให้คนจนฟรี เพื่อตอบแทนคุณ พร้อมทั้งมอบวัวที่เราปล้นมาให้อีกครอบครัวละ 1 คู่ อดีตเสือดำ เล่าถึงเส้นทางสายโจรที่รุ่งโรจน์ของเขา ซึ่งพฤติกรรมดูคล้าย “โรบินฮู๊ดส์”

“เส้นทางสายโจร” ของ “เสือดำ” และเหล่าสมุน รุ่งโรจน์และโรยด้วยกลีบกุหลาบมาตลอด จนกระทั่งการมาถึงของ “ขุนพันธ์” เส้นทางสายโจรของพวกเขาก็เริ่มตีบตัน…..อดีตเสือดำ เล่าถึงชีวิตในช่วงต่อมา ว่า ช่วงปี 2495-2499 ทางการเริ่มปราบปรามกลุ่มโจรอย่างหนัก เรา 3 เสือ คือ “เสือดำ-เสือใบ-เสือมเหศวร” เป็นที่ต้องการตัวของทางการมาก มีค่าหัวคนละหลายหมื่นบาท การปล้นเริ่มมีอุปสรรค บางครั้งถึงขั้นต้องดวลปืน กับตำรวจ แต่เราก็อยู่รอดปลอดภัยมาตลอดเพราะมีวิชาอาคมที่เรียนรู้มาจากครูบาอาจารย์ จนมาวันหนึ่งเรามีโอกาสได้ดวลปืนกับขุนพันธ์ มือปราบในตำนานหลังจากที่ขุนพันธ์และกรมตำรวมตามไล่ล่ากันมาร่วมสิบปี ด้วยความที่มือปราบขุนพันธ์ต้องการปิดบัญชีตำนานเสือตามภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากทางการ ซึ่งล่วงเลยมาช้านานก็ไม่สามารถสยบหรือปราบซุ้มเสือดำได้ลง ขุนพันธ์ จึงได้ตัดสินใสส่งลูกน้องให้ไปส่งข่าวเทียบเชิญ นัดวันเวลาเพื่อยุติตำนานเสือแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ด้วยวิธีการดวลปืนกันตัวต่อตัว ณ วันนัดหมาย ฝ่ายเสือดำนำกำลังลูกน้องมา ร่วม 50 คนยืนเรียงแถวหน้ากระดาน ฝ่ายทางการตำรวจนำด้วย ขุนพันธ์ นำกำลังตำรวจมาในตอนนั้น 115 นาย เมื่อทั้งคู่ได้เดินออกมาเพื่อยุติการไล่ล่า การยืนประจันหน้ากันระหว่างจอมโจรชื่อดัง และ มือปราบจอมขมังเวช ที่ หลวงพ่อทวีศักดิ์ กล่าวไว้คือ .”ที่ว่ากันว่าโจรหรือเสือทุกรายที่ถูก ขุนพันธ์ สังหาร จะถูกตัดศรีษะแล้วนำไปต้ม จากนั้นลอกเอาหนังศรีษะออก ให้เหลือเป็นกระโหลกไว้เหยียบที่บันไดบ้าน ปัจจุบันดาบที่ใช้ตัดศรีษะโจรร่วมร้อยศพก็ยังมีการนำมาเอ่ยถึงและนำมาแสดงกันให้เห็นในรายการทีวี หรือ เขียนไว้เป็นตำนานแห่งเครื่องลางปราบโจร ”

ก่อนการประทะกัน เสียงโห่ร้องไชโยดังกระหึ่มมากจากฝั่งตำรวจ ว่าไชโย ไชโย วันนี้ เสือดำสิ้นชีพแน่นอน วิธีการดวลปืนจากคำบอกเล่าของ หลวงพ่อทวีศักดิ์ หรือ อดีตเสือดำ คือระยะห่างกันประมาณ 5 เมตร มีธงแดงปักตรงกลาง พอนกหวีดดังก็หมุนตัวยิงใส่กันทันที จะว่าไปยิ่งกว่าหนังคาวบอยระห่ำอีก การยิงชุดแรกหลังจากนกหวีดดัง ลูกปืนของฝั่งเสือดำ เข้าพอดีที่ด้ามปืนของ ขุนพันธ์แบบแตกกระจาย ทำให้ปืนของขุนพันธ์ไม่อาจลั่นไกได้ ขุนพันธ์ ถึงกับเอ่ยปากชม ว่า ” ไอ้ดำมึงแน่ขนาดนี้เลยเหรอ ” จากนั้นจึงมีการดวลปืนกันใหม่อีกรอบ กะกันว่าตายกันไปข้างนึงแน่นอน ถ้าเสือดำตายได้สั่งเสียให้ ขุนพันธ์ ฝังเขาไว้และปิดตำนานเสือลงที่ตรงนี้ สิ้นเสียงนกหวีด ปืนจากมือซ้ายที่ถูกเหวี่ยงพร้อมลูกกระสุนจากเสือดำ ได้หมายเข้ารูปากกระบอกปืน ของขุนพันธ์อย่างอัศจรรย์ จำต้องยุติการดวลอีกครั้ง แล้วได้มีการถามไถ่ถึงครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาอาคม จึงได้ได้ทราบความว่าต่างคนต่างมีอาคมจากอาจารย์สำนักเดียวกัน ขุนพันธ์ เดินไปตบบ่าของ เสือดำ แล้ว ขอกันตรงๆแบบลูกผู้ชาย ว่าให้ยุติความเป็นเสือ กลับตัวกลับใจเสียใหม่ เพราะที่ผ่านมาก็ไม่มีอะไรในชีวิตดีขึ้นมา โดยทางขุนพันธ์ ยอมปิดตำนาเสือปิดคดีให้ เสือดำตอบตกลง และยื่นข้อเสนอ ว่าให้ขุนพันธ์และซุ้มมือปราบโจรที่ไล่ล่าพวกเขาย้ายตัวกลับภูมิลำเนาออกจากพิ้นที ขุนพันธ์ จับมือกับขุนโจรเสือดำ ยอมตกลงตามเงื่อนไข จากนั้นได้ทำการเผาค่ายเสือดำ และ ปิดฉากตำนานซุ้มเสือดำโดยปริยาย โดดยก่อนหน้านี้ เสือดำได้แจ้งกลับลูกน้องแบ่งทรัพย์สินแยกย้ายกันไป ขอให้เราเลิกเป็นโจร หยุดปล้น ถ้าหยุดตำรวจจะยกเลิกการจับกุมทุกหมายจับ แต่ต้องกลับตัวเป็นคนดีและเริ่มต้นชีวิตใหม่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เพื่อความสมจริง และต้องมีผลงานยืนยันเป็นรูปถ่าย จึงได้มีการเผาค่ายซุ้มโจร และนำศพที่ถูกเผา มาแทนตัวเสือดำเพื่อ จบภารกิจปราบเสือดำ ซึ่งจากนั้นไม่นานเพียง 2 เดือน เสือดำได้ด้ออกบวชศึกษาธรรมมะ เพื่อหวังว่าบุญจากการบวชจะทดแทนสิ่งที่ได้ทำผิดไปได้บ้าง แม้ปัจจุบัน ขุนพันธ์จะเป็นอดีตมือปราบคนดีที่ล่วงลับไปแล้ว หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร หรืออดีตเสือดำ ก็ยังอนุโมทนาบุญให้กับบรุษผู้นี้เสมอมาเหมือนประหนึ่งผู้ให้ชีวิตและทางสว่างและสงบช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ และได้มีโอกาสได้ทำคุณงามความดีเพื่อสังคมเสมอมา
ปัจจุบัน เสือดำ คือ หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร เจ้าอาวาสวัดศรีนวลธรรมวิมล เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร หนึ่งในพระเกจิอาจารย์ซึ่งเป็นศิษย์หลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ที่ได้ร่ำเรียนวิชาอาคมจนแก่กล้า พร้อมเจริญรอยตามพระอาจารย์ทุกประการ โดยชาวบ้านมักเรียก หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร กันอย่างติดปากว่า หลวงพ่อเสือดำ ทั้งนี้ เนื่องจากหลวงพ่อเสือดำ มีอายุมากกว่า 80 ปีแล้ว แต่สุขภาพยังคงแข็งแรงอยู่ จึงมักได้รับเชิญไปเป็นประธานในพิธีเสกวัตถุมงคลเสมอ นอกจากนี้ หลวงพ่อเสือดำยังดำเนินโครงการสาธารณะประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งสร้างวัด สร้างโรงเรียน เปิดโรงเรียนฝึกอาชีพ และตั้งโรงพยาบาลรักษาพระสงฆ์อาพาธ

สำหรับข่าวที่สร้างความฮือฮา และทำให้หลวงพ่อเสือดำเป็นที่รู้จักในวงกว้าง อาทิ เมื่อครั้งที่หลวงพ่อเสือดำได้ทำพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลหลายชนิด ในปี 2550 อาทิ จตุคามรามเทพ รุ่นย้อนยุค เหรียญรัชกาลที่ 5 พระสมเด็จ และเข็มกลัดนะพุทธลือชา ซึ่งเป็นยันต์เมตตามหานิยมของหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ที่เตรียมแจกจ่ายให้กับประชาชน โดยในครั้งนั้น ก่อนทำพิธีหลวงพ่อเสือดำได้ประกาศว่า จะเสกวัตถุมงคลให้กระโดดในบาตรที่อุ้มไว้ในมือ โดยท่านได้แสดงอิทธฤทธิ์ จนประจักษ์แก่สายตาของชาวบ้านที่มาร่วมพิธีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีผู้ศรัทธาในหลวงพ่อเสือดำมากยิ่งขึ้น

จากนั้นในเวลาต่อมา เมื่อปี 2554 รายการคุณพระช่วย ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี ได้เชิญหลวงพ่อเสือดำไปเปิดตำนานเสือจอมโจรแดนสยาม ทั้ง 3 คน ได้แก่ เสือดำ เสือใบ และเสือมเหศวร พร้อมโชว์อาวุธคู่กาย โดยหลวงพ่อเสือดำได้มีการถ่ายทอดคาถาต่าง ๆ กลางรายการด้วย และในปี 2555 รายการกรรมลิขิต ได้มีการนำเรื่องราวของจอมโจรทั้ง 3 มาสร้างเป็นละครสั้น เพื่อสอนผู้ชมในเรื่องของบาปบุญคุณโทษ การประพฤติตัวในศีล และผลจากการก่อกรรมต่าง ๆ เป็นต้น

ส่วนเรื่องเวทมนต์นั้น หลวงพ่อเสือดำ ยอมรับว่า มีเวทมนตร์คาถาอาคมจริง ไม่งั้นก็คงถูกยิงตายไปแล้ว อาตมามีคาถาหลายอย่าง เช่น คาถาคลาดแคล้ว คงกะพันชาตรี หายตัวได้ ซึ่งมักจะมีผู้ที่มาลองของอยู่บ่อย ๆ เช่นเอาปืนมายิง สุดท้ายก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ปืนยิงไม่ออก

เมื่อถามว่าหลวงพ่อไปเรียนคาถาอาคมต่าง ๆ มาจากที่ไหนนั้น หลวงพ่อเสือดำ กล่าวว่า มีหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า, หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน, หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ, หลวงพ่อแช่ม วัดตากล้อง, หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก, หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม ซึ่งเป็นอาจารย์เดียวกับขุนพันธรักษ์ราชเดช นายตำรวจมือปราบชื่อดังด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ หลวงพ่อเสือดำยังได้ให้คาถาต่าง ๆ เอาไว้ด้วยดังนี้

คาถาอยู่ยงคงกระพัน

สัธธาธะนุง อาธาธิตุง ทัดตะวานาธาสิ อุมะอะปิดอะอึอุ

เมตตามหานิยม

อิทะคะมะ อิทิเจ ตะโส ธันหาหิ ธามะสา สัตถาเทวะ …เห็นหน้ากูทุกคน สานัง พุทโธภควาติ

คาถามหาอุตม์

สัตถาธะนุง อาคาทิตุง ธัตวา นาธาสิ อุมะ อะปิต อะอึอุ