Turmeric Curcumin 1000 mg / 120 Capsules ( Puritan’s Pride )

Turmeric Curcumin 1000 mg / 120 Capsules ( Puritan’s Pride )

ราคา 980 บาท

สารสกัดจากขมิ้นชัน มีคุณสมบัติเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ออกฤทธิ์ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอี (Vitamin E) ถึง 10 เท่า จึงป้องกันการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้เป็นอย่างดี สารสกัดจากขมิ้นชัน ยังช่วยปรับสภาพผิวหน้าให้นุ่มนวลขาวเนียนใส เปล่งปลั่ง แลดูมีน้ำมีนวลโดยปัจจุบัน เป็นสารสำคัญที่ใช้ผสมในครีมบำรุงผิวหลากชนิด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์รักษาสิว (Acne Care) รวมทั้งยารักษาผิวหนังลดอาการผดผื่นคันและฆ่าเชื้อแบคทีเรียและที่สำคัญมีประสิทธิผลในการรักษาสิว ทั้งสิวอักเสบและสิวไม่อักเสบ ซึ่งมีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนองได้อย่างดีเยี่ยม โดยส่วนใหญ่แล้วสิวจะยุบตัวลงและหายอย่างรวดเร็ว ช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ และซ่อมแซมเซลล์ผิว และจุดด่างดำให้จางลงได้เป็นอย่างดี และบทบาทสำคัญอีกประการเรื่องการเสริมภูมิต้านทานให้กับร่างกาย และป้องกันการลุกลามของเซลล์มะเร็ง สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะเเบเรื้อรัง สารสกัด Curcumin ยังช่วยเรื่องภาวะการขับลม ลดการจุกเสียดท้องอืดอท้องเฟ้อ แก้ปัญหาอาการปวดท้อง เนื่องจากโรคกระเพาะ แผลในกระเพาะอาหารและยังทำให้การบีบตัวของทางเดินอาหารในส่วนต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีรายงานการวิจัยเมืองไทยและต่างประเทศที่มีการนำไปใช้บำรุงสมอง รักษาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ และเสริมภูมิต้านทานสำหรับผู้ป่วย  HIV อีกด้วยจึงถือว่าเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มากมายสรรพคุณอย่างแท้จริง

curcumin puritan

สารสำคัญในขมิ้นชัน (Curcuma longa Linn.) ในเหง้าขมิ้นชันมีสารสำคัญในการ ออกฤทธิ์ ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มน้ำมันหอมระเหย (Volatilc oil) และกลุ่มสารสีเหลืองส้มที่ เรียกว่า เคอร์คูมินอยด์ (curcuminoids) สารทั้ง ๒ กลุ่มจะออกฤทธิ์เสริมกันในการ รักษาอาการแน่นจุกเสียด สารกลุ่มเคอร์มินอยด์ ประกอบด้วยสารหลัก 3 ตัว คือ Curcumin, Demethoxycurcumin และ Bisdemethoxy curcumin ปริมาณเคอร์ คูมินอยด์ที่พบในเหง้าขมิ้นชันแตกต่างกันในแต่ละแหล่งปลูก (วัตถุดิบขมิ้นชันที่ดีควร มีเคอร์คูมินอยด์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5) ได้มีการศึกษาวิจัยฤทธิ์ของเคอร์คูมินอยด์ อย่างกว้างขวางในต่างประเทศ พบว่า มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี นอก จากนี้ในการวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่ามีฤทธิ์ต้านการอักเสบ มีฤทธิ์บำรุงและรักษาตับ ช่วยป้องกันมะเร็ง การรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ เบาหวาน ข้ออักเสบ ธาลัสซีเมีย ลดระดับคอเลสเตอรอล และป้องกันสมองเสื่อม

Turmeric Curcumin 1000 mg / 120 Capsules ( Puritan's Pride )งานวิจัยทางด้านการแพทย์รายงานถึงคุณประโยชน์ในของขมิ้นชัน ต่างๆ

ระบบทางเดินอาหาร ช่วยรักษาอาการท้องอืดเฟ้อ ลดแผลในกระเพาะ ช่วยย่อยอาหาร บำรุงตับ ลดการปวดมดลูก ลดการเจ็บป่วยจากโรคลำไส้ อักเสบเรื้อรัง ขมิ้นชันช่วยแก้ท้องอืดเฟ้อด้วยการขับลม นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะ อาหาร และฤทธิ์ป้องกันตับอักเสบจากสารพิษอีกด้วย จากผลดังกล่าว ขมิ้นจึงมีผลช่วยบรรเทา อาการปวดท้องเนื่องจากแผลในกระเพาะได้ และช่วย แก้ท้องอืดเฟ้อและช่วยย่อยอาหาร

ระบบหัวใจ หลอดเลือดหัวใจและสมอง สารเคอร์คูมินอยด์ ในขมิ้นชัน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ และมีงานวิจัยในหนูทดลองว่า ลดการเกิดปริมาณกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือดได้จริง โดยการวิจัยได้ทดลอง ผูกเส้นเลือดหัวใจ ให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย กลุ่มที่ได้รับสารเคอร์คูมินอยด์ จะมีปริมาณ กล้ามเนื้อหัวใจตายน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ในทำนองเดียวกัน สารเคอร์คูมินอยด์ใน ขมิ้นชัน มีผลในการป้องกัน เซลล์สมองตายจากการขาดเลือดได้

ขมิ้นช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งหลายชนิด ขมิ้นได้รับการวิจัยมากขึ้นและพบว่า สามารถให้เสริมกับยาต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี เพราะช่วยกันทำลายเซลล์มะเร็ง โดยกลไกอื่น ๆ อีกเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากยาต้านมะเร็ง และ ขมิ้นยังได้รับคำแนะนำว่ามีบทบาทในการป้องกันมะเร็งได้มาก เนื่องจากมีกลไกป้องกันมะเร็ง โดยออกฤทธิ์ที่เอนไซม์ ระยะหนึ่งและสอง (Phase I and II carcinogen-metabolizing enzymes) ในการทำงานก่อมะเร็งของสารเหนี่ยวนำมะเร็งอีกด้วย สารเคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นชัน มีฤทธิ์ยับยั้งและทำลายเซลล์มะเร็งของมนุษย์ได้หลายชนิด เช่น เซลล์มะเร็งตับ, เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (T cell Leukemia), เซลล์มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder cancer cell), เซลล์มะเร็งปอด ชนิด non small cell Carcinoma ทำให้มีการเสนอแนะว่า ขมิ้นชัน น่าจะมีบทบาทในการป้องกันมะเร็งปอด ในผู้ที่สูบบุหรี่ เซลล์มะเร็งผิวหนัง (melanoma), เซลล์มะเร็งต่อมนำเหลือง (Non-Hodgkin’s lymphoma), เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Human colon adenocarcinoma), เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก, เซลล์มะเร็งรังไข่, เซลล์มะเร็งเต้านม และเนื่องจากขมิ้นชันช่วยยับยั้ง ไวรัสหูด HPV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักและ ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูก

ขมิ้นบำรุงสมอง มีการค้นพบว่าโรคอัลไซเมอร์ หรือ สมองเสื่อม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากในกลุ่มที่อายุน้อยลงเรื่อย ๆ และกลไกของ การต้านอนุมูลอิสระ อาจมีบทบาทในการป้องกันการเกิดโรคนี้ได้ ซึ่งตอนนี้ ได้มี งานวิจัย ที่บอกว่า ขมิ้นชันก็เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่น่าจะมีบทบาทในการป้องกันโรคนี้

Turmeric Curcumin 1000 mg / 120 Capsules ( Puritan's Pride )สรุปงานวิจัยเกี่ยวกับเคอร์คูมินอยด์

  • เคอร์คูมินอยด์ลดการสร้างอนุมูลอิสระของไขมันและลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดได้อย่างมี นัยสำคัญในคน ขนาดเคอร์คูมินอยด์ที่ใช้ประมาณ 500 มก./วัน หรือเทียบเท่า ขมิ้นแห้งที่ได้มาตรฐานประมาณ 10 กรัม
  • เคอร์คูมินอยด์ป้องกันโรคสมองเสื่อมโดยลดจำนวนกลุ่มของสารซึ่งเป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อม ได้ในสัตว์ทดลอง นอกจากนี้ เคอร์คูมินอยด์ ยังช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อสมองที่เป็นโรคเกี่ยวกับสมองเสื่อมและ ลดการเสียหาย เนื่องจาก การเกิดอนุมูลอิสระของเซลล์ในสมอง
  • เคอร์คูมินอยด์ยับยั้งการสร้างเอนไซม์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งบางชนิดและโรคอักเสบอย่างเรื้อรังในสัตว์ทดลอง จากการศึกษามะเร็งเต้านมในคน เคอร์คูมินอยด์สามารถลดการเติบโตของมะเร็งเต้านมที่เกิด จากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีที่เป็นสาเหตุการเกิดของมะเร็งเต้านมได้ ในสัตว์ทดลองบพว่าเคอร์คูมินและ อนุพันธ์ ของเคอร์คูมินสามารถยับยั้งการเกิดปฏิกริยาเคมีที่ก่อให้เกิดมะเร็งที่ลำไส้ และผิวหนัง
  • เคอร์คูมินอยด์ป้องกันสารเคมี ยาฆ่าแมลงที่มีคุณสมบัติคล้ายเอสโตรเจน รวมทั้ง ดีดีที และไดอ๊อกซิน ไม่ให้เข้าสู่เซลล์และป้องกันเซลล์ไม่ให้เป็น มะเร็ง
  • ได้มีการทดลองทางคลินิกพบว่าการให้เคอร์คูมินอยด์ขนาด 1200 มก. ต่อวัน เป็นเวลา 5-6 สัปดาห์ มีฤทธิ์ในการลดการอักเสบ โดยเคอร์คูมินอยด์ไปยับยั้ง การสร้างเอนไซม์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์สารที่ก่อให้เกิด การอักเสบ เคอร์คูมินอยด์จึงสามารถนำมาใช้ต้านการอักเสบได้ เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องปวดข้อ แต่ทานยาแผนปัจจุบันไม่ได้เพราะมีผลข้างเคียงมากมาย โดยเฉพาะผลต่อกระเพาะ อาหาร
  • สารสกัดขมิ้นชันมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราที่เป็นสาเหตุโรคผิวหนังโดยเฉพาะ เชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคกลาก
  • ขมิ้นชันยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง สารสำคัญในการออกฤทธิ์ คือ เคอร์คูมิน น้ำมันหอมระเหย และ p-tolylmethylcarbinol

การศึกษาวิจัยในต่างประเทศ พบว่าสารเคอร์คูมินอยด์ ในขมิ้นชันมีฤทธิ์ที่เป็น ประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันตับจากสารพิษ และป้องกันการเกิดมะเร็ง เป็นต้น

curcumin puritan 2 puritan

Turmeric has been a staple of Indian health practices for centuries. The Curcumin in Turmeric is what gives it its antioxidant power, and when taken as a capsule, you can avoid the spicy taste.

Helps fight cell-damaging free radicals**

The high intake of turmeric in India is believed to contribute to brain health**

Bioperine® is a registered trademark of the Sabinsa Corporation.

TUMERIC (TURMERIC) USES & EFFECTIVENESS

  • Osteoarthritis. Some research shows that taking turmeric extracts, alone or in combination with other herbal ingredients, can reduce the pain caused byosteoarthritis. In one study, turmeric worked about as well as ibuprofen for reducing osteoarthritis pain.
  • Insufficient Evidence for:

  • Alzheimer’s disease. Early research shows that taking curcumin, a chemical found in turmeric, daily for 6 months does not benefit people with Alzheimer’s disease.
    Eye inflammation (anterior uveitis). Early research suggests that taking curcumin, a chemical found in turmeric, might improve symptoms of long-term inflammation in the middle layer of the eye.
    Colorectal cancer. Early research suggests that taking turmeric might stabilize some measures for colon cancer. There is also early evidence that taking curcumin, a chemical found in turmeric, daily for 30 days can reduce the number of precancerous glands in the colon of people at high risk of cancer.
    Bypass surgery (coronary artery bypass graft surgery). Early research suggests that taking curcumin, a chemical found in turmeric, 3 days before surgery and continuing for 5 days after surgery can lower the risk of a heart attack following bypass surgery.
    A type of inflammatory bowel disease called Crohn’s disease. Some evidence suggests that taking curcumin, a chemical found in turmeric, daily for one month can reduce bowel movements, diarrhea, and stomach pain in people with Crohn’s disease.
    Diabetes. Early research suggests that taking turmeric daily for 9 months can reduce the number of people with prediabetes who develop diabetes.
    Stomach upset (dyspepsia). Some research shows that taking turmeric by mouth might help improve an upset stomach.
    Gum disease (gingivitis). Early research suggests that using a turmeric mouthwash is as effective as a drug-therapy mouthwash for reducing gum disease and bacteria levels in the mouth, but not for reducing plaque.
    Stomach ulcers caused by Helicobacter pylori (H pylori) infection. Early research suggests that taking turmeric daily for 4 weeks is less effective than conventional treatment for eliminating certain bacteria (H. pylori) that can cause stomach ulcers.
    Irritable bowel syndrome (IBS). Early research suggests that taking a turmeric extract daily for 8 weeks reduces the occurrence of IBS in people with IBS who are otherwise healthy.
    Skin rash (Lichen planus). Taking a certain product containing chemicals found in turmeric daily for 12 days can reduce skin irritation caused by lichen planus.
    Kidney inflammation (Lupus nephritis). Early research suggests that taking turmeric daily for 3 months can reduce blood pressure and improve kidney function in people with kidney inflammation.
    Stomach ulcers (peptic ulcer disease). Early research suggests that taking turmeric daily for 4 weeks does help heal stomach ulcers.
    Itchy skin (pruritus). Early research suggests that taking a specific product (C3 Complex) that contains curcumin, a chemical found in turmeric, and an extract of black or long pepper (Bioperine) can reduce skin itching and improve quality of life in people with chronic itching.
    Rheumatoid arthritis (RA). Early research suggests that curcumin, a chemical in turmeric, might help reduce some symptoms of rheumatoid arthritis.
    Skin wounds due to cancer. Early research suggests that applying a turmeric ointment might help to relieve odor and itching caused by wounds associated with different types of cancer.
    Recover from surgery. Early research suggests that taking curcumin, a chemical found in turmeric, daily for up to one week after surgery can reduce pain, fatigue, and the need for pain medications.
    Tuberculosis. Early research suggests that taking a product containing turmeric and Tinospora cordifolia can reduce bacteria levels, improve wound healing, and reduce liver toxicity in people with tuberculosis who are also receiving antituberculosis therapy.
    A type of inflammatory bowel disease called ulcerative colitis. Early research suggests that taking curcumin, a chemical found in turmeric, daily for up to 6 months can reduce symptoms and the recurrence of ulcerative colitis when used in combination with conventional treatments.
    Jaundice.
    Hepatitis.
    Diarrhea.
    Fibromyalgia.
    Liver and gallbladder problems.
    Headache.
    Menstrual problems.
    Pain.
    Ringworm.
    Bruising.
    Other conditions.
    More evidence is needed to rate turmeric for these uses.